pimrada

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรไล่ยุง


สมุนไพรไล่ยุง

สมุนไพรไล่ยุง และวิธีทำสมุนไพรไล่ยุง มีมากมายดังนี้
สะระแหน่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mentha arversis
ลักษณะ สะระแหน่เป็นพืชเลี้อยตามพื้นดิน ลำต้นสีแดงเข้ม ใบกลมขนาด หัวแม่มือ ใบค่อนข้างหนา ริมใบหยักโดยรอบและมีกลิ่นหอม
ส่วนที่ใช้ ใบ
วิธีใช้ ขยี้ใบสะระแหน่สดทาถูที่ผิวหนังโดยตรง
กระเทียม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum
ลักษณะ กระเทียมเป็นพืชหัว ประกอบด้วยกลีบเล็กๆ เกาะกัน โดยมีเยื่อ บางๆ สีขาวหุ้มหัวไว้เป็นชั้นๆ ใบยาว แข็งและหนา ดอกเป็นช่อเล็กๆ สีขาวรวมกันเป็นกระจุก อยู่ที่ปลายก้านดอก
ส่วนที่ใช้ หัว
วิธีใช้ นำหัวกระเทียมสดมาโขลกผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้ว กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำมาทาผิวหนัง หรือจะใช้หัวกระเทียมสด ทาถูที่ผิวหนังโดยตรงก็ได้
กะเพรา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum sanotum
ลักษณะ กะเพราเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและใบมีขนปกคลุม ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลูกตามบ้านมี 2 ชนิด คือ กะเพราขาว ใบสีเขียว และ กะเพราแดง ใบมีสีออกแดงเลือดหมู
ส่วนที่ใช้ ใบ
วิธีใช้ ขยี้ใบสดหลายๆ ใบวางไว้ใกล้ตัว กลิ่นน้ำมันกะเพราที่ระเหยออก มาจากใบจะช่วยไล่ยุงไม่ให้เข้ามาใกล้ หรือจะขยี้ใบสดแล้วทาถูที่ ผิวหนังโดยตรงก็ได้ แต่กลิ่นน้ำมันกะเพรานี้ระเหยหมดไปค่อน ข้างเร็วจึงควรหมั่นเปลี่ยนบ่อยครั้ง
ว่านน้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus
ลักษณะ ว่านน้ำเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ตามริมหนองน้ำหรือบริเวณที่ชื้นแฉะ เหง้า เป็นเส้นกลมหนา สีขาวออกม่วง เจริญงอกงามตามยาวขนานกับ ผิวดิน รากเล็กเป็นฝอย ใบแตกจากเหง้า ลักษณะเป็นเส้นตรง ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ เห็นเส้นกลางใบชัดเจน ช่อดอกทรง กระบอกสีเหลืองออกเขียว
ส่วนที่ใช้ เหง้า
วิธีใช้ หั่นเหง้าสดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาโขลกผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ทาผิวหนัง
แมงลัก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum citratum
ลักษณะ แมงลักเป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอกสีขาว เป็นช่ออยู่ปลายกิ่ง
ส่วนที่ใช้ ใบ
วิธีใช้ ขยี้ใบสดทาถูที่ผิวหนัง
ตะไคร้หอม
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus
ลักษณะ ตะไคร้หอมขึ้นเป็นกอ ลักษณะคล้ายตะไคร้บ้านแต่ใบยาวกว่าและ ลำต้นมีสีแดง ดอกเป็นพวงช่อฝอย
ส่วนที่ใช้ ต้นและใบ
วิธีใช้ นำต้นและใบสดมาโขลกผสมกับน้ำ ใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้ว กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ทาผิวหนัง หรือนำต้นสด 4-5 ต้นมา ทุบแล้ววางไว้ใกล้ตัว กลิ่นน้ำมันตะไคร้หอมที่ระเหยออกมาจะช่วย ไล่ยุงไม่ให้เข้ามาใกล้
ข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง "กล้วยๆ"



คุณค่าสารอาหารในกล้วยหนึ่งผล


กล้วย เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง ในกล้วย 1 ผลมีโปรตีนมากกว่าแอ๊ปเปิ้ล 4 เท่า มีวิตามินและเกลือแร่ เช่น วิตาซี วิตามินเอ โพรแทสเซียม แมกนีเซียมและยังมีเส้นใยอาหารช่วยเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดีแต่เราจะเลือกกินกล้วยอะไรดีหากกล้วยแต่ละชนิดนั้นมีน้ำหนักเท่ากัน
  •  กล้วยหอมทองมีโปรตีนสูง ช่วยให้ร่างกายเติบโตและแข็งแรง
  •  กล้วยหักมุกมีแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูกและฟัน
  •  กล้วยน้ำว้ามีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  •  กล้วยไข่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยต้านมะเร็ง
  •  กล้วยเล็บมือนางมีฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
   ส่วนใครที่มีปัญหาท้องผูก ลองกินกล้วยสุก 2-4 ผล จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น เพราะกล้วยสุกมีสารเพกทินซึ่งเป็นยาระบายอ่อนๆ แต่ถ้าแก้ท้องเสีย ควรกินกล้วยดิบฝาน บางๆเพราะมีสารแทนนิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อที่ทำให้เกิดท้องเสียได้ 
  
บางคนที่ชอบกินกล้วยคำโตๆ เคี้ยวไม่ละเอียด นอกจากจะทำให้ติดคอแล้ว 
ยังอาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ เพราะในเนื้อกล้วยมีแป้งอยู่ร้อยละ 20-25 การเคี้ยวไม่ละเอียด จึงทำให้กระเพาะอาหารและน้ำย่อยต้องทำงานหนักโดยไม่จำเป็น 
  
คนไทยโบราณนิยมขูดเนื้อกล้วยบดละเอียด ป้อนให้เด็กทารกกินเพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่ย่อยง่าย ส่วนคนหนุ่มสาว กล้วยก็เหมาะเป็นอาหารลดน้ำหนัก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูงพอๆกับมันฝรั่ง แต่มีไขมันและโคเลสเตอรอลต่ำ 
  กล้วยจึงเป็นผลไม้มากคุณค่าที่น่าซื้อหาติดบ้านไว้กินรองท้องเวลาหิวได้เป็นอย่างดี 

สมุนไพรแก้อาการ "หวัด"

สมุนไพรแก้หวัด 
เข้าหน้าหนาวเต็มทีแล้ว เห็นทีจะต้องไปหาซื้อเสื้อกันหนาวมาใส่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นหวัดในช่วงหน้าหนาว แต่ถ้าใครดูแลสุขภาพไม่ทัน ปล่อยให้ตัวเองไม่สบายแล้วละก็ วันนี้เรามีสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดมาแนะนำค่ะ 

1.ขิง แก้ไอมีเสมหะ ใช้เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อยแล้วคั้นเอาน้ำใส่เกลือนิดหน่อย นำมากวาดคอหรือจิบบ่อยๆ
2. ดีปลี ใช้ขับเสมหะ โดยใช้ผลดีปลีแห้งประมาณครึ่งผล บดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาว เติมเกลือเล็กน้อยใช้จิบบ่อยๆ
3. เพกา มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ขับเสมหะ ใช้เมล็ดประมาณหนึ่งกำมือ ใส่น้ำประมาณ 300 มิลลิลิตร ต้มไฟอ่อนๆ พอเดือด เคี่ยวประมาณหนึ่งชั่วโมงดื่มวันละ 3 ครั้ง
4. มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก แก้ไอ แก้คอแห้ง ช่วยให้ชุ่มคอ ขับเสมหะ โดยใช้ผลมะขามป้อมสดครั้งละ 1-3 ผล โขลกพอแหลก ใส่เกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยว รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง
5. มะขาม ช่วยบรรเทาอาการไอ ระคายคอ โดยนำมาจิ้มเกลือ หรืออาจคั้นเป็นน้ำมะขามใส่เกลือ
6. มะนาว คั้นน้ำใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ




แหล่งที่มา:  http://www.horapa.com/content.php?Category=Herb&No=1079







7. มะแว้ง
 เป็นยาขับเสมหะ นำผลที่สุกแล้วประมาณ 5-10 ผล โขลกพอแหลก คั้นเอาน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ แล้วหนาวนี้คุณจะไม่เป็นหวัดอีกต่อไป